ทำความเข้าใจกันก่อน ใช้ความรู้สึกล้วน ๆ รับรู้ว่าเผลอไปบ่อยจริง ๆ ทำยังไงต่อเมื่อแจ้งใจแล้วว่าระหว่างวันเราเผลอไปบ่อยจริง ๆ เผลอไปแล้วก็ให้แล้วกันไป อีกมุมมองหนึ่งของการรู้ว่าเผลอไป ปรากฏการณ์ขณะกำลังรับรู้สิ่งใดๆ ด้วยความรู้สึกตัว ทำไมจึงรู้สึกตัวได้ยากนัก (สำหรับหลาย ๆ คน) ตามรู้สิ่งต่าง ๆ ระหว่างวันด้วยความรู้สึกตัว ต้องตามรู้กันมากแค่ไหน บางวันก็ตามรู้ได้ดี บางวันก็ตามรู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง จะทำยังไงดี ตามรู้สิ่งต่าง ๆ ระหว่างวันแล้วไปเห็นปรากฏการณ์บางอย่างของจิตใจ ตามรู้ไปเรื่อย ๆ ตามรู้ให้บ่อย ๆ ต่อไปอีก เพื่อให้เห็นความจริง จะให้ตามรู้ไปถึงไหน กลับบ้านไปตามรู้แต่ต้น
   
 
 


เอาละเมื่อเข้าใจแล้วว่าการเผลอไปนั้นมีอาการอย่างไร
ต่อไปนี้ก็ขอให้ลองใช้ความรู้สึกล้วน ๆ มาเป็นเครื่องช่วย
(ไม่ต้องนึกย้อนหลัง ไม่ต้องนึกไปข้างหน้า ไม่ต้องคอยถามตัวเองตอบตัวเอง)
เพื่อให้เราทราบด้วยความรู้สึกล้วน ๆ จริง ๆ ว่า
เอ๊ะ...เมื่อกี๊นี้เผลอไปอีกแล้ว
โห...เผลอไปตั้งนานแน่ะ

เชื่อไหมว่า การที่เรารู้สึกขึ้นว่าเผลอไปนั้น มันไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อะไรหรอก
เพราะมันเป็นความรู้สึกที่มีอยู่กับเรามาตั้งนานแล้ว
หากแต่เราแทบไม่เคยสนใจที่จะรับรู้มันเท่านั้น
และหากเราสนใจที่จะรับรู้ความรู้สึกว่าเผลอไปละก็ เราก็จะเห็นมันตำตาอยู่เสมอ ๆ
ทั้งนี้ก็เพราะในระหว่างวัน ความเผลอไปนั้น มันจะเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ
เกิดขึ้นในขณะที่เราต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะอาบน้ำ แปรงฟัน ทานข้าว
ยืน เดิน นั่ง นอน ปากพูด ตาดู หูฟัง คิดนึกถึงเรื่องต่าง ๆ
และไม่เว้นแม้แต่จะอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ

อย่า....อย่าเพิ่งเชื่อหรือไม่เชื่อว่าเราเผลอไปได้บ่อยๆ อย่างที่เล่าให้ฟังตะกี๊เชียวนะ
แต่ต้องรู้อย่างชนิดแจ้งใจของตัวเองซะก่อน แล้วจึงค่อยเชื่อหรือไม่เชื่อ

จึงอยากจะชวนให้พากันมาทำให้แจ้งใจกันจริง ๆ ว่า เราเผลอไปบ่อยจริงหรือไม่
โดยใช้วิธีต่อไปนี้คือ

ให้ตั้งใจตัวเองเอาไว้ว่า....เอาละนับแต่นี้ต่อไป
ไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ๆ ในระหว่างวันอยู่ก็ตาม
เราจะหัดตามรู้เพื่อจะได้ให้แจ้งใจว่าเราเผลอไปบ้างหรือไม่

การหัดตามรู้อย่างที่ตั้งใจไว้นี้
ให้หัดไปแบบรู้ก็ช่างไม่รู้ก็ช่าง ไม่ต้องจด ๆ จ้อง ๆ
แล้วก็ไม่ต้องทำเป็นเคร่งขรึมหรอกนะ
แต่ให้หัดตามรู้ไปด้วยจิตใจที่เบาสบาย นุ่มนวล
หรือจะพูดว่าตามรู้แบบหวาน ๆ ก็ได้

ถ้าใครตามรู้อย่างที่บอกไว้กันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ละก็
จะแจ้งใจเลยว่า อือ...ระหว่างวันเราเผลอไปได้จริง ๆ
แต่ช่วงแรก ๆ บางคนก็อาจไม่รู้หรอกว่าเราเผลอไป
หรืออาจเพียงรู้ได้ว่าเผลอไปแค่วันละไม่กี่ครั้ง
แล้วก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปเชียวว่า เราไม่เผลอหรอก เราเผลอแค่ครั้งสองครั้งเอง
แต่อยากจะให้ตามรู้ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อจะดูว่า
ระหว่างวันเราเผลอไปได้บ่อย ๆ จริงหรือไม่

และหลังจากอ่านย่อหน้านี้เสร็จ ถ้าเป็นไปได้ก็ขออย่าเพิ่งอ่านตอนถัดไป
ซึ่งเป็นตอนที่ ๓ เลยนะ หากจะอ่านต่อก็ขอให้อดใจรอสักหน่อย
หรือถ้ายังอ่านไม่ค่อยเข้าใจ ก็ให้อ่านได้ตั้งแต่ตอนที่ ๑ ซ้ำก็แล้วกัน
แต่อย่าเพิ่งอ่านเกินย่อหน้านี้นะ จนกว่าจะรู้สึกได้อย่างแจ้งใจว่า
ระหว่างวันเราเผลอไปบ่อยจริง ๆ ด้วย แล้วจึงค่อย ๆ อ่านตอนที่ ๓ ต่อไป