|
ระหว่างวันคนเรามีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำ ทั้งจำต้องทำ ทั้งทำก็ดีไม่ทำก็ได้
บางคนตื่นมาก็รีบอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัวไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ ไปโน่นไปนี่
บางคนตื่นมาก็นอนเอกเขนกเล่นซะก่อนจนสบายอกสบายใจแล้วจึงลุกขึ้น
อยากจะถามว่า แล้วเธอละตื่นมาทำอะไรกันบ้างระหว่างวัน.....
อยากจะถามว่า ระหว่างวันเธอรู้สึกตัวได้บ่อยไหม เธอเผลอไปบ่อยไหม.....
อยากจะถามว่า ระหว่างวันเธอเคยเห็นไหมว่า จิตใจเธอมันไปอยู่กับอะไรบ้าง.....
อยากจะถามว่า ระหว่างวันเธอเคยรู้สึกว่าจิตใจเบิกบานบ้างไหม....
คงตอบได้ไม่ยากซินะว่า ระหว่างวันเราทำอะไรกันบ้าง
แล้วก็อาจจะงงหรือสะดุดนิดนึงกับการจะตอบว่า
ระหว่างวันเรารู้สึกตัวได้บ่อยไหม เผลอบ่อยไหม
รู้สึกตัว....อ้าวก็นี่ไงรู้สึกตัวอยู่นี่ไง ใคร ๆ
ก็รู้สึกตัวอยู่ตลอดนี่นา
เผลอรึ....เราไม่เห็นจะเผลอตรงไหนเลย
หลายคนมักจะรู้สึกอย่างนี้เมื่อมีใครมาถามว่า รู้สึกตัวรึเปล่า เผลอไปรึเปล่า
เอาละงั้นลองมาดูกันซิว่า เผลอนั้นเป็นยังไง
(ตอนนี้คงต้องใช้การนึกคิดเป็นเครื่องช่วยเพื่อทำความเข้าใจกันก่อน)
ลองนึกถึงเวลาที่เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
หรือเครื่องมันสั่นบอกว่ามีคนโทรมาหา แล้วเราก็รับโทรศัพท์
ลองนึกดูซิว่า ระหว่างที่เรากำลังพูดโทรศัพท์อยู่นั้น
ความรู้สึก-ความรับรู้ต่าง ๆ ของเรา
มันรู้สึก-มันรับรู้แต่เฉพาะเรื่องราวที่กำลังพูดคุยกัน ใช่ไหม?
บางคนอาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เรากำลังยืนหรือนั่งพูดโทรศัพท์อยู่
บางคนอาจไม่รู้เลยว่าเรากำลังถือโทรศัพท์ด้วยมือขวาหรือมือซ้าย ใช่ไหม?
ถ้าใช่ละก็ นั่นแหละเราเผลอไปแล้ว
หรือไม่ก็ลองนึกถึงตอนที่ไปดูหนังในโรง หรือดูทีวีรายการโปรดสุดๆ
ซิ
นึกออกไหมว่า ขณะที่กำลังดูหนังหรือดูทีวีอยู่นั้น
เรามีความรู้สึกไหมว่ามีตัวเรานั่งดูอยู่.... ไม่รู้สึกเลยใช่ไหมว่ามีตัวเรานั่งดูอยู่
มันเหมือนกับว่าตัวเราหายไปจากโลกนี้ไปพักใหญ่
มารู้สึกว่ามีตัวเราอยู่อีกทีก็โน่น ตอนหนังจบ หรือตอนทีวีคั่นโฆษณา
เป็นอย่างนี้ใช่ไหม?
ถ้าใช่ละก็ นั่นแหละเราเผลอไปแล้ว
ทีนี้ก็มาทำความเข้าใจต่อกันอีกสักหน่อยว่า
คราใดที่เผลอไป ครานั้นคือไม่รู้สึกตัว
คราใดที่รู้สึกตัว ครานั้นคือหายเผลอแล้ว
|